5.2 โรคผิวหนังอักเสบจากการสัมผัสแบบก่อภูมิแพ้จากการประกอบอาชีพ
 

5.2 โรคผิวหนังอักเสบจากการสัมผัสแบบก่อภูมิแพ้จากการประกอบอาชีพ ( Occupational Allergic Contact Dermatitis)

โรคผิวหนังอักเสบจากสารก่อภูมิแพ้จากการประกอบอาชีพ  เกิดจากการสัมผัสสารก่อภูมิแพ้   ทำให้ภูมิต้านทานในร่างกายเปลี่ยนแปลงและเกิดอาการแพ้  เนื่องจากภูมิแพ้จึงเกิดโรคนี้ในคนบางคนเท่านั้น สามารถทำการทดสอบทางผิวหนังเพื่อหาสาเหตุได้

ลักษณะงานและอาขีพทีเสี่ยง
ช่างก่อสร้าง ช่างเสริมสวย บุคลากรทางการแพทย์ ช่างเครื่องยนต์ ช่างโลหะ คนทำความสะอาด  คนที่ทำงาน คนทำงานเกี่ยวกับผ้า สารที่เป็นสาเหตุภูมิแพ้ผิวหนังจากการประกอบอาชีพ ได้แก่ โปแตสเซียม ไดโครเมต  ในปูนซีเมนต์ นิเกิล โคบอลต์  อุปกรณ์ทำด้วยโลหะ สารเร่งในขบวนการผลิตยาง สารยางในธรรมชาติ แอมโมเนียเปอซัลเฟต ในน้ำยาย้อมผม ฟอร์มาลดีไฮด์ กระดาษ หนังผ้า

อันตรายต่อระบบอวัยวะที่สำคัญของร่างกาย
การแสดงของปฏิกิริยาภูมิแพ้มี สองขั้นตอน ได้แก่การกระตุ้นให้เกิดโรค และการแสดงอาการของโรคออกมา ซึ่งในการทดลองที่ใช่สารก่อภูมิแพ้ที่แรงที่สุดยังต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 10 วัน จากการสัมผัสครั้ง แรกจนถึงการมีปฏิกิริยาก่อให้เกิดภูมิไวเกิน  โอกาสที่จะเกิดภาวะภูมิไวเกินขึ้นกับความสามารถในการทำให้ไวต่อสิ่งกระตุ้นของสารเคมีและการสัมผัสกับมัน

อาการระยะเฉียบพลัน ผื่นจะมีตุ่มแดงเล็ก ๆ คันมาก และตุ่มน้ำใสซึ่งมักจะอยู่ลึก ๆอาจแตกออกม มีน้ำเหลืองเยิ้ม

อาการระยะกึ่งเฉียบพลัน ตุ่มน้ำที่แตกจะตกสะเก็ดแห้งกรัง จะลอกเป็นขุย คัน

อาการระยะเรื้อรัง ตุ่มคันรอยเกา มีสะเก็ดสี และมีขุย ผิวหนัง ด้านและหนาขึ้น  มีสีคล้ำ เห็นเส้นขา ลายของผิวหนังที่หนาชัดเจนขึ้น ผื่นเกิดในบริเวณที่สัมผัสสารที่เป้นต้นเหตุนั้น หรือบางครั้งอาจลามนอกบริเวณที่สัมผัสได้

การวินิจฉัยโรคเพื่อการรายงาน
1. อาการและอาการแสดงเข้าได้กับโรคผิวหนังอักเสบจากการสัมผัส
2. ประวัติการทำงานสัมผัสสารในระหว่างทำงาน
3. ผื่นเริ่มเกิดบริเวณที่สัมผัสสาร
4. ไม่พบสาเหตุอื่นนอกเหนือจากการประกอบอาชีพ
5. อาการดีขึ้นในวัน หยุดและมากขึ้นเมื่อทำงาน

การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
1. การทดสอบด้วยวิธี patch testing ให้ผลบวกต่อสารที่ได้สัมผัส
2. การทดสอบด้วยวิธี provocative test ให้ผลบวก