5.1 โรคผิวหนังอักเสบจากสารก่อระคายจากการประกอบอาชีพ
 

5.1 โรคผิวหนังอักเสบจากสารก่อระคายจากการประกอบอาชีพ (Occupational Irritant Contact Dermatitis)
โรคผิวหนังอักเสบจากสารก่อระคายเคืองจากการประกอบอาชีพ สัมผัสสารระคายเคืองหรือพิษของสาร เช่นผงซักฟอก น้ำยาทำความสะอาด กรด ด่าง สารตัวทำละลาย เป็นโรคผิวหนังจากการประกอบอาชีพที่พบบ่อยที่สุด อากาแสดงอาจแสบร้อนหรือคัน ซึ่งความรุนแรงและรูปแบบของผื่นที่เกิดขึ้นกับคุณสมบัติของสารมากกว่า

ลักษณะงานและอาชีพที่เสี่ยง
ได้แก่พนักงานทำความสะอาด ช่างเครื่องยนต์  ช่างพิมพ์ ช่างเสริมสวย  เกษตรกร คนงานก่อสร้าง เกษตรกร ช่างเสริมสวย แม่บ้าน

สารระคายที่พบบ่อยในการทำงาน
สบู่ ผงซักฟอก  น้ำยาทำความสะอาด  แอลกอฮอล์  กรด ด่าง น้ำยาย้อมผม น้ำยาดัดผม  ใยแก้ว น้ำมันหล่อลื่น  เอนไซม์ในผักและเนื้อสัตว์ก่อนปรุง

อันตรายต่อระบบอวัยวะที่สำคัญของร่างกาย
โรคผิวหนังอักเสบจากการประกอบอาชีพ จะเกิดความเป็นพิษต่อและอาการทางผิวหนังขึ้นอยู่กับ ชนิดของสารที่เป็นสาเหตุของความเป็นพิษนั้น ความเป็นพิษต่อผิวหนังเกิดได้หลายรูปแบบ เช่นการระคายเคืองอักเสบเมื่อสัมผัส เกิดการอักเสบ มีการสะสมน้ำ การดึงไขมันออกจากผิวหนังชั้นใน หรือการทำให้ผิวหนังชั้นในเสียหาย เคราติน (keratin) จะถูกเปลี่ยนแปลงสภาพ 

อาการแบบเฉียบพลัน เกิดการสัมผัสสารก่อระคายที่มีความเข้มข้นสูงทำให้มีอาการปวดแบบแสบ ร้อน รู้สึกระคายเคืองหรือคัน  ผิวหนังบริเวณสัมผัสจะมีลักษณะแดงบวม มีขอบเขตชัดเจน  ถ้าเป็นมากจะมีตุ่มน้ำพอง และอาจมีแผลเหมือนไฟลวก

อาการแบบเรื้อรัง เกิดจากการสัมผัสสารก่อระคายเคืองประจำ ประมาณ 2- 8 สัปดาห์ จะมีอาการ คัน ตึง ผิวหนังบริเวณสัมผัสจะมีลักษณะ  แดงบวม  มีขอบเขตชัดเจน  ถ้าเป็นมากจะมีตุ่มน้ำพองและอาจมีแผลเหมือนไฟลวก

การวินิจฉัยโรคเพื่อการรายงาน
1.อาการและอาการแสดงเข้าได้กับโรคผิวหนังอักเสบจากการสัมผัส
2. มีประวัติการทำงานสัมผัสสารระคายในระหว่างการทำงาน
3. ผื่นเริ่มเกิดบริเวณที่สัมผัสสารระคาย
4. ไม่พบสาเหตุอื่นนอกเหนือจากการประกอบอาชีพ
5. อาการดีขึ้นในวันหยุด และมากขึ้น เมื่อทำงาน
6. มีคนทำงานอย่างเดียวกันเป็นโรคผิวหนังแบบเดียวกัน

การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
Patch testing (การทดสอบภูมิแพ้ผิวหนัง)ให้ผลลบ