4.3 โรคบิสสิโนสิส
 

4.3 โรคบิสสิโนสิส (Byssinosis)
เป็นโรคที่เกิดการรับสัมผัสฝุ่นฝ้าย ป่าน ปอ ลินินเข้าในปอดแล้วเกิดปฏิกริยาทำให้เกิดอาการ อักเสบของปอด การหดเกร็งของหลอดลม และเกิดเป็นหอบหืดในที่สุด

ลักษณะงานและอาชีพที่เสี่ยง
ได้แก่ผู้ประกอบอาชีพอาชีพอุตสาหกรรมทอผ้า  อุตสาหรรมทอกระสอบ

อันตรายต่อระบบอวัยวะที่สำคัญของร่างกาย
มีข้อมูลสนับสนุนว่าสารที่กระตุ้นให้เกิดการหลั่งฮีสตามีน  ซึ่งมีอยู่ในฝุ่นฝ้ายอาจจะเป็นสาเหตุของการ เกิดโรค  โดยสารพิษดังกล่าวเป็นสารโมเลกุลขนาดเล็กที่มาจาก bractของต้นฝ้าย  โดยมีคุณสมบัติละลายน้ำ ได้และทนทานต่อความร้อน

 นอกจากนี้อาจมีสาเหตุมาจากการรับสัมผัสต่อฝุ่นฝ้ายก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจส่วนบนและหลอดลม ภาวะการระคายเคืองเหล่านี้เมื่อเป็นนาน ๆ เข้า จะนำไปสู่การเกิดภาวะโรคทางเดินหายใจอุดกั้นแบบเรื้อรัง อีกสาเหตุหนึ่งของการเกิดคือ อาจจะเกิดปฏิกิริยาของสารต่อร่างกายต่อสาร Endotoxin ที่พบในเชื้อแบคทีเรียแกรมลบ ที่ปนเปื้อนมากับฝุ่นฝ้าย

อาการแบบเฉียบพลัน (acute airways response ) หมายถึงภาวะที่ทางเดินหายใจมีการตอบสนองต่อการได้รับสัมผัสฝุ่นฝ้ายเป็นครั้งแรก  โดยพบว่าอาจมีการลดลงของค่า FEV1 ก่อนและหลังการทำงาน

อาการแบบเรื้อรังหรือแบบดั้งเดิม คือ ลักษณะของโรคที่เป็นที่พูดถึงโดยทั่วไป ซึ่งระยะเวลาของการก่อตัวของโรคอาจใช้เวลา 20- 25 ปีของระยะเวลาการรับสัมผัสฝุ่น  ลักษณะอาการของโรคในระยะเริ่มแรกคือ มีอาการแน่นหน้าอก และหายใจลำบาก โดยจะมีอาการรุนแรงมากที่สุดในช่วงวันแรกของการเข้าทำงานในแต่ละสัปดาห์  หลังจากที่หยุดงานในวันหยุด  โดยผู้ป่วยจะมีอาการในขณะทำงานตลอดทั้งวัน จนกระทั่งเลิกงาน  และในบางครั้งอาจมีอาการต่อในช่วงหลังเลิกงานด้วย อย่างไรก็ตามอาการดังกล่าวจะดีขึ้นในวันรุ่งขึ้น  และจะรู้สึกเหมือนเป็นปกติในวันท้าย ๆของสัปดาห์การทำงาน  การทดสอบสมรรถภาพปอดลดลง  เมื่อผู้ป่วยมีอาการผิดปกติเกิดขึ้น  และยังรับสัมผัสฝุ่นอยู่ อาการของโรคจะมีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยจะมีอาการรุนแรงมากขึ้นทั้งช่วงเวลาและความถี่ของการเกิดอาการผิดปกติ  ซึ่งสามารถที่จะทำการตรวจได้โดยการทดสอบสมรรถภาพปอด 

การวินิจฉัยโรคเพื่อการรายงาน
1. มีประวัติการทำงานทั้งในอดีต และหรือปัจจุบันที่เกี่ยวข้องกับการได้รับฝุ่นหรือใยฝ้าย ป่าน ปอ
และลินิน ติดต่อกันเป็นเวลากว่า 2 ปี
2. มีอาการ อาการแสดงเข้าได้กับอาการทางคลินิกของโรคบิสสิโนสิส
3. การฉายภาพรังสีทรวงอกผลปกติ
4. มีการตรวจสมรรถภาพปอดด้วยเครื่อง Spirometry

ผู้ป่วยที่มีอาการตั้งแต่ grade 1/2 ถึง 2 หรือผู้ป่วยที่มีอาการเข้าได้กับอาการทางคลินิกของบิสสิโนสิส  และมีผลการตรวจสมรรถภาพของการทำงานของปอดปกติ   จะต้องตรวจสมรรถภาพการทำงานของปอดอย่างน้อย 2 ครั้ง ในวันแรกของการกลับเข้าทำงานของสัปดาห์ คือตรวจครั้งแรกก่อนเข้าปฏิบัติงานและตรวจซ้ำเมื่อปฏิบัติงานต่อเนื่องไปแล้วไม่น้อยกว่า6- 8 ชั่วโมง  ผลการตรวจสมรรถภาพการทำงานของปอดทั้ง 2 ครั้ง เมื่อนำมาเปรียบเทียบกัน  จะพบว่ามี FEV1 ลดลงมากกว่าร้อยละ 10 หรือ

ผู้ป่วยที่มีอาการอยู่ใน grade 3 มักมีประวัติการทำงานเงินกว่า 5 ปี และมีสมรรถภาพการทำงานของปอดผิดปกติในวันที่ไม่ได้ทำงาน มี FEV1และ FEV1 / FEV ลดลงต่ำกว่าร้อยละ 80 และ 75 ของค่าปกติตามลำดับ

Schilling จำแนกอาการทางคลินิกของบิสสิโนสิสออกเป็น 4 ระดับดังต่อไปนี้
grade ½  - มีอาการไอแน่นหน้าอก  หายใจไม่สะดวก  หรืออาการระคายเคือง  ของระบบทางเดินหายใจเป็นครั้งคราว ในวันจันทร์  หรือวันแรกของการกลับเข้าทำงาน
grade 1 – มีอาการไอแน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก หรือหายใจเร็วกว่าปกติทุกวันจันทร์หรือวันแรกของการกลับเข้าทำงาน
grade 2 – มีอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก หรือหายใจเร็วกว่าปกติ  ทุกวันจันทร์หรือวันแรกที่เข้าทำงานและวันอื่น ๆของสัปดาห์ที่ทำงาน
grade 3 – มีอาการ แบบ grade 2 ร่วมกับการลดลงของสมรรถภาพการทำงานของปอดอย่างถาวร

การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
1.การตรวจสมรรถภาพปอด
2. การฉายภาพรังสีทรวงอก

มาตรฐานสภาพแวดล้อมการทำงาน
ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับภาวะแวดล้อม (สารเคมี ) โดยกำหนดให้ปริมาณฝุ่นฝ้ายในอากาศตลอกระยะเวลาการทำงานเฉลี่ย 8 ชั่วโมง ไม่เกิน1 mg/m3