4.1 โรคซิลิโคสิส
 

4.1 โรคซิลิโคสิส (Silicosis )
โรคปอดจากฝุ่นหิน  หรือซิลิโคสิส เป็นโรคปอดจากการทำงานที่มีสาเหตุจากการสูดหายใจเอาฝุ่นซิลิกอนไดออกไซด์หรือเรียกว่าผลึกซิลิก้าซึ่งส่วนมากจะพบในหินทรายเข้าไป

ลักษณะงานและอาชีพที่เสี่ยง
อาชีพที่เสี่ยงต่อการป่วยเป็นโรคคือ ผู้ที่ทำงานในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ งานที่เกี่ยวข้องกับการตัดหิน สกัดหิน  โรงงานโม่บดย่อยหิน  อุตสาหกรรมทำแก้ว เซรามิก  ครก อุตสาหกรรมทำอิฐ กระเบื้องทนไฟ  วัตถุทนความร้อน เครื่องสุขภัณฑ์ เป็นต้น

อันตรายต่อระบบอวัยวะที่สำคัญของร่างกาย
ผลึกที่เป็นสาเหตุของโรคซิลิโคสิสมี 3 ชนิดคือ ควอทซ์ (Quarts) คริสโตแบไลท์ ( Cristobalite ) และทริไดไมท์ (Tridimite) ขนาดของฝุ่นซิลิคอนไดออกไซด์ ก็เป็นปัจจัยสำคัญของการเกิดโรคซิลิโคสิส  โดยเฉพาะฝุ่นที่ม็ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.05 – 5 µ ซึ่งสามารถเข้าไป  อยู่ในถุงลมปอดได้  โดยจะถูกเม็ดเลือดขาวในปอดจับกินและมีผลทำให้เกิดปฏิกริยาต่อเนื้อปอด  ซึ่งต่อมาจะก่อให้เกิดพังผืดที่เนื้อปอด  เมื่อยังคงหายใจเอาฝุ่ที่มีซิลิกอนไดออกไซด์ เข้าไปในปอดอย่างต่อเนื่องมากขึ้นและการป้องกัน  การควบคุมไม่เหมาะสม ในที่สุดจะทำให้เนื้อปอดเสียเป็นวงกว้างจนทำให้ปอดไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ผู้ที่สัมผัสฝุ่นที่ซิลิกอนไดออกไซด์เป็นจำนวนสูงโดยไม่มีการป้องกัน

อาการแบบเรื้อรัง เป็นลักษณะของโรคที่กล่วถึงโดยทั่วไป เกิดจากการรับฝุ่นปริมาณไม่มากเป็นระยะเวลานาน  อาจมากกว่า 15 ปีขึ้นไป  บางรายพบอาการไม่ชัดเจนหรือพบอาการเหนื่อยง่าย เวลาออกแรง  ไอแห้งๆ แบบเรื้อรัง บางครั้งมีไอเป็นเลือดร่างกายทั่วไปไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากจนเห็นได้ชัด  นอกจากในรายที่เป็นวัณโรคปอดแทรกซ้อนอยู่ด้วย ในรายเช่นนี้ จะทำให้มีอาการ เป็นไข้ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร หอบเหนื่อย น้ำหนักตัวลด ตรวจพบเชื้อวัณโรคในเสมหะ พยาธิสภาพของวัณโรคปอดที่เกิดร่วมกับซิลิโคสิส มักจะเป็นแบบเรื้อรัง สามารถให้การวินิจฉัยโรคได้ต่อเมื่อตรวจพบเชื้อวัณโรคสำหรับโรคมะเร็งปอด

อาการแบบเร่ง มีอาการแบบเรื้อรังหลังจากได้รับฝุ่นในระยะเวลา 5- 15 ปี

อาการแบบเฉียบพลัน ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นภายในระยะเวลา 2- 3 เดือน โดยมีอาการหอบเหนื่อย เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆมีไข้ อ่อนเพลีย น้ำหนักลด ภายหลังจากการสัมผัสฝุ่นที่มีซิลิกอนไดออกไซด์ปริมาณสูงเป็นเวลาไม่นานนัก

การวินิจฉัยโรคซิลิโคสิสเพื่อการรายงาน
1. มีประวัติการทำงานของผู้ป่วยที่เกี่ยวข้องกับการได้รับฝุ่นซิลิกา
2. มีอาการและอาการแสดงซึ่งมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับพยาธิสภาพในปอด  อาจจะไม่มีอาการชัดเจน หรือ มีอาการของระบบทางเดินหายใจ  ได้แก่ ไอ หอบ เหนื่อย เป็นต้น
3. ต้องมีความผิดปกติของภาพถ่ายรังสีทรวงอก  โดยใช้ฟิลม์มาตรฐานพบลักษณะที่เข้าได้กับ
โรคซิลิโคสิส โดยอาศัยเกณฑ์มาตรฐาน ของILO  International Classification of Radiograph of  Pneumoconiosis  1980 เช่นอาจจะเห็นเป็น Small round nodular lesion และหรือ Fibrosis กระจายไปทั่วปอด  โดยเฉพาะที่ปอดส่วนบน ปอดส่วนกลาง  หรืออาจจะมีหินปูนมาอยู่รอบ ๆ hilar node เป็นต้น
4. การตรวจพิเศษอื่น ๆ ที่ต้องตรวจร่วมด้วย  ได้แก่ การตรวจสมรรถภาพปอดเพื่อช่วยในการประเมินการสูญเสียสมรรถภาพการทำงานของปอด
5. ควรวินิจฉัยแยกโรคซิลิโคสิสออกจากโรคปอดอื่น ๆ ที่มีภาพถ่ายรังสีทรวงอกคล้ายคลึงกัน เช่น วัณโรคปอด  alveolar cell carcinoma

การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
1. ภาพรังสีทรวงอกและการอ่านผลตามเกณฑ์มาตรฐานขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ ( ILO )
2. การตรวจสมรรถภาพปอด (pulmonary function test )

ตารางที่ 2 สำหรับแสดงการแปลผลการตรวจสมรรถภาพปอด

ชนิดของความผิดปกติ % FEV 1 % FEC % FEV /%FVC
ปกติ >80 >80 >75
มีการอุดกั้นของหลอดลม <80 >80 <75
มีการกำจัดการขยายตัวของหลอดลม <80 <80 >75
แบบผสม <80 <80 <75

ที่มา : RJ Kundson ETal, The maximum expiratory flow volume curve , in Am Rev. Respire, Dis Vot 113 pp.581

มาตรฐานทางด้านสภาพแวดล้อมการทำงาน
ตามประกาศของกระทรวงมหาดไทย เรื่องความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับภาวะแวดล้อม (สารเคมี) ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 103 ลงวันที่ 16 มีนาคม 2515  ค่ามาตรฐานของ Silica Crystalline ที่ห้ามไม่ให้ลูกจ้างทำงานในที่มีปริมาณฝุ่นแร่ในบรรยากาศของการทำงาน ตลอดระยะเวลาการทำงานปกติ โดยเฉลี่ยเกินกว่าค่าที่กำหนดไว้คือ 250    Mppct (ล้านอนุภาคต่อปริมาตรของอากาศ 1 ลูกบาศก์ฟุต ) % Si02 +5