3.3 โรคเลปโตสไปโรสิส
 

3.3 โรคเลปโตสไปโรสิส (Leptospirosis)
โรคเล็ปโตสไปโรซิส เกิดจากสาเหตุจากการติดเชื้อแบคทีเรียรูปเกลียว ที่มีชื่อว่า เล็บโตสไปร่าอินเทอโรแกนส์ (Leptospira interrogans) เชื้อโรคที่มีหนูเป็นแหล่งรังโรคที่สำคัญ เชื้อโรคมีมากกว่า 200 ซีโรวาร์ (serovars) สัตว์อื่นที่เป็นพาหะนำโรค ได้แก่ สุกร โค กระบือ สุนัข โดยเชื้อนี้สามารถมีชีวิตได้นานหลายเดือนหลังจากถูกขับออกทางปัสสาวะจากสัตว์ที่มีเชื้อดังกล่าว

ลักษณะงานและอาชีพที่เสี่ยง
ผู้ที่ประกอบอาชีพที่มีโอกาสสัมผัสกับสัตว์ที่ติดเชื้อหรือน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อ ซึ่งขับออกทางร่างกายหนูหรือผู้ที่มีอาชีพเกษตรกร ผู้เลี้ยงสัตว์ ชาวนา คนงานโรงฆ่าสัตว์ สัตวแพทย์ การสันทนาการและกีฬาทางน้ำ เช่น การว่ายน้ำ  สกีน้ำ ไตรกีฬา

อันตรายต่อระบบอวัยวะที่สำคัญของร่างกาย
โรคนี้เป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน โดยสัตว์ที่เป็นโรคนี้จะขับถ่ายเชื้อโรคออกมากับปัสสาวะ เชื้อจะอาศัยอยู่ในดินที่ชื้นแฉะ หรือมีน้ำขัง โดยเชื้อจะเข้าสู่ร่างกายทางผิวหนังที่มีแผลหรือรอยขีดข่วน หรือผิวหนังที่เปี่อย เยื่อบุต่าง ๆ  การหายใจเอาไอละอองของปัสสาวะ หรือ ของเหลวที่ปนเปื้อนเชื้อเข้าไป อาการที่สำคัญมี 2 ระยะ

ระยะแรก (leptospiremic phase) เป็นระยะ 4-7 วันแรกของการดำเนินโรค ระยะนี้มีอาการ ไข้สูงหนาวสั่น ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน และปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ซึ่งในโรคเล็ปโตสไปโรซิสจะมีลักษณะเฉพาะคือ ปวดบริเวณน่อง หลัง และหน้าท้อง  อาการอื่นๆที่อาจพบได้ ได้แก่ เจ็บคอ ไอ เจ็บหน้าอก ผื่นแดง  ต่อม
น้ำเหลืองโต ตับม้ามโต

ระยะที่สอง (Immune phase) ระยะนี้เป็นผลมาจากปฏิกิริยาทางภูมิคุ้มกันของร่างกาย อาการและอาการแสดงมีความจำเพาะ พบอาการไข้ประมาณ 1สัปดาห์และช่วงไข้ลงและกลับมีไข้ขึ้น พบอาการปวดศีรษะ ไข้ต่ำ ๆ จะมีอาการและอาการแสดงของภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบ พบภาวะแทรกซ้อนอื่น เช่น ตัวเหลือ ตาเหลือง หรืออาการทางสมองและระบบประสาท

การวินิจฉัยโรคเพื่อการรายงาน
1. มีประวัติหรือประวัติการสัมผัสกับโรคปศุสัตว์ ประวัติการย่ำน้ำ แซ่น้ำเป็นเวลานาน
2. การตรวจร่างกายและอาการและอาการแสดง
3. การตรวจเพาะเชื้อ และการตรวจทาง Serology

การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
1. การตรวจเลือดและอวัยวะสร้างเลือด
2. การเพาะเชื้อ Leptospira จากสิ่งส่งตรวจ
3. การตรวจทาง Serology