1.12 โรคจากแอมโมเนีย
 

1.12 โรคจากแอมโมเนีย (Disease caused by ammonia)
สูตรเคมี NH3  แอมโมเนียเป็นก๊าซไม่มีสี เป็นด่างที่รุนแรง  ละลายน้ำได้ดี  มีกลิ่นฉุน แอมโมเนียเป็น สารตั้งต้นของสารประกอบไนโตรเจน  

ลักษณะงานและอาชีพที่เสี่ยง
การทำกาว การทำกระดาษ คนงานฟอกหนัง คนงานทำปุ๋ย คนงานทำตู้เย็น การชุบสังกะสี การทำสี ย้อมการทำเรยอง การสกัดโลหะ คนงานชุบโลหะด้วยไฟฟ้า การทำกระดาษลูกฟูก คนงานทำกำมะถัน

อันตรายต่อระบบอวัยวะที่สำคัญของร่างกาย
แอมโมเนียเข้าสู่ร่างกายทางการหายใจ เป็นก๊าซที่ละลายในน้ำได้ให้สารละลายแอมโมเนียมไฮดรอกไซด์ สารละลายแอมโมเนียระคายเคืองอย่างมากต่อเยื่อบุเมือก ตา และผิวหนัง  อาการทางตา

อาการแบบเฉียบพลัน  เมื่อสัมผัสสารไอระเหยของแอมโมเนียทำให้เกิดระคายเคืองที่เยื่อบุตา มีอาการน้ำตาไหล หนังตากระตุก ผิวหนังอาจไหม้ แอมโมเนียจะทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ น้ำลายออกมาก ปวดแสบปวดร้อนบริเวณทรวงอก ประสาทดมกลิ่นเสียไป (anosmia), เหงื่อออก (perspiration), คลื่นไส้ (nausea),อาเจียน  (vomiting), และเจ็บใต้กระดูกสันอก (substernal pain) การสัมผัสเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดการระคาย

อาการแบบเรื้อรัง  อาจมีตามมาจากอาการพิษแบบเฉียบพลัน แต่ค่อนข้างน้อย ส่วนใหญ่มักเกิดอาการระคายเคืองที่ทางเดินหายใจส่วนบน

การวินิจฉัยโรคเพื่อการรายงาน
1. อาการและอาการแสดงที่เข้าได้กับพยาธิสภาพจากการรับสัมผัสสารแอมโมเนีย
2. ประวัติการทำงานและอาชีพที่สัมผัสแอมโมเนีย
3. ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่เข้าได้กับพยาธิสภาพ

การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
1. การตรวจภาพรังสีทรวงอก
2. การตรวจสมรรถภาพปอด

มาตรฐานทางด้านสภาพแวดล้อมการทำงาน
ตามประกาศของกระทรวงมหาดไทย เรื่องความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับภาวะแวดล้อม (สารเคมี) ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 103 ลงวันที่ 16 มีนาคม 2515  กำหนดให้ความเข้มข้นเฉลี่ยตลอดระยะเวลาการทำงานปกติ แอมโมเนียเท่ากับ 50 ส่วนในล้านส่วนโดยปริมาตร หรือ 35 มิลลิกรัม/ต่อ ลูกบาศก์เมตร