1.11 คลอรีน
 

1.11 คลอรีน( Disease caused by chlorine)
สูตรเคมี Cl  เป็นก๊าซที่มีกลิ่นฉุน มีสีเหลืองออกเขียว  ละลายได้เล็กน้อยในน้ำ  ละลายได้ดีในด่าง

ลักษณะงานและอาชีพทีเสี่ยง  
การทำพลาสติก การทำสารกำจัดเชื้อ คนงานซักรีด การสารกำจัดศัตรูพืช การทำสีย้อม การฟอก กระดาษขาว การทำสารทำละลายที่มีคลอรีนประอบกบกอบ การทำเรยอง

อันตรายต่อระบบอวัยวะที่สำคัญของร่างกาย
คลอรีนเข้าสู่ร่างกายทางการหายใจ  ไม่มีการดูดซึมผ่านผิวหนัง  มีคุณสมบัติละลายน้ำได้เพียง เล็กน้อย  แต่เมื่อสัมผัสกับบริเวณที่มีความชื้น จะทำปฏิกิริยากับความชื้นของร่างกายกลายเป็นกรดไฮโปคลอรัส (hypochlorous acid) และกรดไฮโดรคลอริก มีฤทธิ์กัดกร่อนซึ่งจะระคายเคือง อย่างรุนแรงต่อผิวหนัง  เยื่อเมือก ตา จมูก คอ

อาการแบบเฉียบพลัน คลอรีนที่มีความเข้มข้นสูง จะทำให้ทางเดินหายใจเกิดแผลไหม้ ร่างกายขาดซิเจน  กล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อกล่องเสียง หดเกร็ง เยื่อเมือกบวม คลื่นไส้ อาเจียน ไอ เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก

อาการแบบเรื้อรัง การสัมผัสคลอรีนเป็นเวลานานทำให้ปอดถูกทำลายได้

การวินิจฉัยโรคเพื่อการรายงาน
1. อาการและอาการแสดงที่เข้าได้กับพยาธิสภาพจากการรับสัมผัสสารคลอรีน
2. ประวัติการทำงานและอาชีพที่สัมผัสแอมโมเนีย
3. ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่เข้าได้กับพยาธิสภาพ

การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
1. การตรวจภาพรังสีทรวงอก
2. การตรวจสมรรถภาพปอด
3. การวิเคราะห์ก๊าซในเลือด

มาตรฐานทางด้านสภาพแวดล้อมการทำงาน
ตามประกาศของกระทรวงมหาดไทย เรื่องความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับภาวะแวดล้อม (สารเคมี) ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 103 ลงวันที่ 16 มีนาคม 2515  กำหนดให้ความเข้มข้นเฉลี่ย ตลอดระยะเวลาการทำงานปกติของคลอรีนในบรรยากาศการทำงานไม่เกิน 1 ส่วนในล้านส่วนโดยปริมาตร หรือ 3 มิลลิกรัม/ต่อ อากาศหนึ่งลูกบาศก์เมตร ไม่ว่าระยะเวลาใดของการทำงานปกติ

ตามประกาศของกระทรวงมหาดไทย เรื่องความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับภาวะแวดล้อม (สารเคมี) ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 103 ลงวันที่ 16 มีนาคม 2515  กำหนดให้ความเข้มข้นเฉลี่ย ตลอดระยะเวลาการทำงานปกติของคลอรีนไดออกไซด์ในบรรยากาศการทำงานไม่เกิน 0.1 ส่วนในล้านส่วน หรือ 0.3 มิลลิกรัม/ต่อ อากาศหนึ่งลูกบาศก์เมตร ไม่ว่าระยะเวลาใดของการทำงานปกติ