1.5 โรคจากแคดเมียม
 

1.5 โรคจากแคดเมียม (Disease caused by cadmium or its toxic compounds)

เป็นโลหะสีเงินปนขาว  มันวาวเล็กน้อย  เจือด้วยสีฟ้าจาง ๆ อ่อนตัวได้  สามารถรับประจุไฟฟ้าบวก ในธรรมชาติ แคดเมียมจะเกิดร่วมกับสารแร่ตะกั่วและสังกะสี   ดังนั้นปริมาณของแคดเมียมจะพบสูง ในเหมืองที่ถลุงสังกะสี  เป็นผลพลอยได้จากการผลิตสินแร่ที่มีสังกะสี ตะกั่วและทองแดงให้บริสุทธิ์

ลักษณะงานและอาชีพที่เสี่ยง
การทำงานในอุตสาหกรรมผลิตเหล็กกล้า ยานยนตร์ อุปกรณ์การเดินเรือ ชิ้นส่วนเครื่องบิน  อุตสาหกรรมหมึกพิมพ์ สี สิ่งทอ เป็นต้น

อันตรายต่อระบบอวัยวะที่สำคัญของร่างกาย
แคดเมียมเข้าสู่ร่างกายได้ 2 ทางคือ ทางการกินและการหายใจ พิษเฉียบพลันจากการหายใจสูดไอแคดเมียมเข้าไปในร่างกาย อาการที่พบคืออาการคล้ายโรคไข้หวัดใหญ่และอาการของโรคไข้ควันโลหะ  ได้แก่ อาการไอ แน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก ไข้  หนาวสั่น ปวดเมื่อยตามร่างกาย หากอาการรุนแรงมากขึ้นอาจพบภาวะปอดอักเสบและปอดบวมน้ำ  แคดเมียมเมื่อเข้าสู่ร่างกายจะจับกับเม็ดเลือดและ albumin มีส่วน น้อยที่จะกลายเป็น metallothionin ซึ่งเป็นพิษ ครึ่งหนึ่งจะเก็บไว้ที่ไตและตับ  การขับออกช้ามากโดยจะมีค่า กึ่งชีวิต 15- 30 ปี การได้รับแคดเมียมเป็นระยะเวลานาน  อาการพิษที่เด่นที่สุด คือ อันตรายต่อไต  โดยเฉพาะ ท่อไต ส่วนต้น (proximal tube) ซึ่งจะพบว่าจะเกิดขึ้นเมื่อปริมาณแคดเมียมเพิ่มขึ้นถึง 200 ไมโครกรัม  ผลที่ตามมาคือ เซลล์ท่อไต ไม่สามารถดูดซึมกลับโปรตีนที่มีน้ำหนักโมเลกุลต่ำ เช่น β2microglobulin โรคที่เกิดจากพิษแคดเมียมเรียกว่า โรคพิษแคดเมียม หรือ โรคอิไต อิไต แคดเมียมอาจปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมได้จากการหลอมโลหะบางชนิด จากอุตสาหกรรมอื่น เช่นใน ฟูมโลหะ  เกลือแคดเมียม ในน้ำทิ้งซึ่งกระจายสู่แหล่งน้ำสาธารณะ และทะเล ทำให้ปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม  อาการเฉียบพลัน อาการระคายเคืองผิวหนัง และเยื่อบุอ่อน มีอาการคล้ายกับโรคไข้หวัดใหญ่และโรคไข้ไอโลหะ อาจเกิดอาการปวดอักเสบและปวดบวมน้ำ
อาการเรื้อรัง  จะทำลายกระดูก ปวดกระดูก ทำลายปอด ตับและไต เป็นโรคโลหิตจาง เป็นสารก่อ ลูกวิรูป และสารก่อมะเร็ง

การวินิจฉัยโรคเพื่อการรายงาน
1. ประวัติการทำงาน  ได้รับสัมผัสกับแคดเมียมในการทำงาน
2. มีอาการและอาการแสดงเข้าได้กับโรคพิษแคดเมียม 
3. การตรวจพบรับ β2microglobulin  ในปัสสาวะมีระดับสูงกว่า 1,500 มคก./กรัมครีเอตินีน
4. การตรวจพบระดับแคดเมียมในปัสสาวะมีระดับสูงกว่า 10 มคก./ ก. ครีอะตีนิน
5. การตรวจระดับแคดเมียมในเลือดมีระดับสูงกว่า 10 มคก./ลิตร

การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
1. การตรวจสมรรถภาพการทำงานของปอด พบค่าFVC และ FEV1 ลดลง
2. การถ่ายภาพรังสีปอด
3. การตรวจหาระดับแคดเมียมในปัสสาวะ
4. การตรวจแคดเมียมในเลือด

มาตรฐานทางด้านสภาพแวดล้อมการทำงาน
ตามประกาศของกระทรวงมหาดไทย เรื่องความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับภาวะแวดล้อม (สารเคมี) ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 103 ลงวันที่ 16 มีนาคม 2515  กำหนดให้ฟูมของแคดเมียม ความเข้มข้นเฉลี่ยตลอดระยะเวลาการทำงานปกติ เท่ากับ 0.1 มิลลิกรัม/ ต่อลูกบาศก์เมตร  และปริมาณ ความเข้มข้นที่อาจยอมให้ได้มีเท่ากับ 0.3 มิลลิกรัม/ลูกบาศก์เมตร และฝุ่นของแคดเมียมกำหนดให้ความ เข้มข้นเฉลี่ยตลอดระยะเวลาการทำงานปกติ เท่ากับ 0.2 มิลลิกรัม/ ลูกบาศก์เมตร  และปริมาณความเข้มข้น ที่อาจยอมให้มีได้เท่ากับ 0.6 มิลลิกรัม/ ลูกบาศก์เมตร