1.3 โรคพิษสไตรีน
 

1.3 โรคพิษสไตรีน (Styrene Poisoning)

เป็นของเหลวใสไ มีสูตรเคมี C8H8 มีรหัสประจำตัวสารเคมี CAS# 100-42-5 น้ำหนักโมเลกุล 104.16 มีกลิ่นหอมหวาน ไม่ละลายน้ำแต่ละลายในเมทธานอล
เอทธานอล อีเธอร์ และอะซีโตน เมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้นสามารถระเหยกลายเป็นไอได้อย่างรวดเร็ว และสามารถแพร่กระจายได้อย่างกว้างขวาง
ถ้าอุณหภูมิสูง 31 องศาเซลเซียสขึ้นไปจะระเหยได้ง่ายและเสี่ยงต่อการติดไฟ
ลักษณะงานและอาชีพที่เสี่ยง
   การทำการ การทำวานิช การทำยาง การทำเรซิน การทำสารทำละลาย อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องผลิตภัณฑ์ซึ่งมีพลาสติกหรือยางสังเคราะห์เป็นองค์ประกอบ
การเข้าสู่ร่างกาย
   สารนี้สามารถเข้าสู่ร่างกายทั้งทางการหายใจ ทางการดูดซึมผ่านผิวหนัง และปนเปื้อนกับอาหารและน้ำดื่ม
   เข้าสู่ทางเดินอาหาร ตัวที่เป็นพิษคือสไตรีนที่แปรรูปเป็น styrene-7,8-oxide องค์การอนามัยโลก
   จัดว่าสารสไตรีนอาจก่อให้เป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ได้
พิษของสไตรีน
     • พิษเฉียบพลัน ระคายเคืองทางเดินหายใจ ผิวหนังอักเสบ มีผลต่อระบบประสาทส่วนกลางและส่วนปลาย
ทำให้มึนงง เดินโซเซ คลื่นไส้ อาเจียน อาจชักและเสียชีวิตได้หากได้รับในปริมาณสูง
     • พิษเรื้อรัง อาจทำให้เป็นมะเร็งปอดและมะเร็งเม็ดเลือดขาวได้
อันตรายต่อระบบอวัยวะที่สำคัญของร่างกาย
     สารสไตรีนจะเข้าสู่ร่างกายโดยการสูดดมไอ และการดูดซึมทางผิวหนัง สไตรีนถูกเมตาโบไลท์ที่ตับเปลี่ยนเป็นกรดแมนเดลิก และกรดเฟนิลไกลออกซิลิค
   ขับออกจากร่างกายทางปัสสาวะ สารสไตรีนเป็นสาร เสพติดได้จะถูกทำให้รู้สึกอิดโรย และไม่สบายอย่างไม่ทราบสาเหตุเมื่อทำงานเสร็จแต่ละวัน ไอระเหยของสารนี้
   จะระคายเคืองตา จมูก และระบบทางเดินหายใจส่วนบน และจะทำให้รู้สึกมีรสโลหะในปาก อาการแบบเฉียบพลัน การได้รับปริมาณสไตรีนที่มีความเข้มข้นสูงทำให้เกิด
   การระคายผิวหนัง และผิวหนังอักเสบ ระคายเคืองจมูกและลำคอ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร ง่วงซึม และอ่อนเพลีย เสียความสมดุลของระบบประสาทส่วนกลาง
   อาการแบบเรื้อรัง การได้รับสไตรีนติดต่อกันเป็นเวลานาน ทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะ คลื่นไส้ ไม่อยากอาหาร อ่อนเพลีย มีอันตรายต่อตับ ไต และระบบเลือด
   และอาจเป็นมะเร็ง

การวินิจฉัยโรคเพื่อการรายงาน
  1. มีอาการและอาการแสดงของโรคชัดเจน
  2. มีประวัติการสัมผัส โดยการทำงานที่มีการสัมผัสกับสารสไตรีน
  3. การตรวจทางห้องปฏิบัติการที่ระบุตัวบ่งชี้ทางชีวภาพว่ามีอาการของโรค หรือแสดงว่ามีการได้รับสัมผัสสไตรีน

การตรวจทางห้องปฏิบัติการและค่าดัชนีชี้วัดทางงชีวภาพ
   ตรวจหาระดับความเข้มข้นของผลรวมแมนเดลิกกับกรดฟีนิลไกลออกซีลิกในปัสสาวะ
   (Mandelic Acid + Phynylglyoxylic Acid in Urine) (ค่าเฝ้าระวัง/ค่ามาตรฐานความปลอดภัยสำหรับผู้ประกอบอาชีพ =
   400 มิลลิกรัมต่อกรัมครีอะตินีน (ACGIH, 2020) หรือตรวจหาระดับความเข้มข้นของสไตรีนในปัสสาวะ โดยมีค่าเฝ้าระวัง/ค่าความปลอดภัยสไตรีนในปัสสาวะ
   = 40 ไมโครกรัมต่อลิตร    (ACGIH, 2020)

มาตรฐานสภาพแวดล้อมการทำงาน
      ตามประกาศของกระทรวงมหาดไทย เรื่องความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับภาวะแวดล้อม (สารเคมี) ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 103 ลงวันที่ 16 มีนาคม 2515
   ห้ามมิให้ลูกจ้างทำงานในที่ทีมีปริมาณเข้มข้นของสารเคมีเกินกว่าที่กำหนดไว้ได้ได้แก่สารสไตรีน ความเข้มข้นเฉลี่ยตลอดระยะเวลาการ ทำงานปกติเกินกว่า
   100 ส่วนในล้านส่วน (ppm) ปริมาณความเข้มข้นสูงสุดในช่วงเวลาที่จำกัด 600 ส่วนในล้านส่วน (ppm) โดยมีระยะเวลาที่กำหนดให้ทำงานได้ 5 นาทีใน
   ทุกช่วงเวลา 3 ชั่วโมงและปริมาณความเข้มข้นที่อาจยอมให้มีได้คือ 200 ส่วนในล้านส่วน (ppm)NIOSH กำหนดค่า IDLH = 700 ส่วนในล้านส่วน (ppm)

การดับเพลิง
   ใช้น้ำยาประเภทคาร์บอนไดออกไซด์หรือเคมีแห้งปกคลุม ห้ามฉีดน้ำเป็นลำไปยังถังที่เพลิงไหม้

การตรวจระดับสไตรีนในร่างกายและค่าเฝ้าระวัง/ค่าความปลอดภัย
     • ตรวจระดับความเข้มข้นของผลรวมแมนเดลิกกับกรดฟีนิลไกลออกซีลิกในปัสสาวะ (Mandelic Acid + Phynylglyoxylic Acid in Urine)
        ค่าเฝ้าระวัง/ค่าความปลอดภัย = 400 มิลลิกรัมต่อกรัมครีอะตินีน (ACGIH, 2020)
     • ตรวจระดับความเข้มข้นของสไตรีนในปัสสาวะ ค่าเฝ้าระวัง/ค่าความปลอดภัยสไตรีนในปัสสาวะ 40 ไมโครกรัมต่อลิตร (ACGIH, 2020)
*ข้อสังเกต สารนี้มี Half Life สั้น ประมาณ 24 ชั่วโมงจะถูกขับออกจากร่างกายประมาณ 70 – 80 %

อุปกรณ์คุ้มครองภัยส่วนบุคคล (PPE)
   ใช้หน้ากากชนิดป้องกันไอระเหยหรือหน้ากากที่มีวัสดุดุดซับเป็นผงถ่าน Chacoal (Charcaol Mask, Black Activated Carbon)