5.การดูแลสุขภาพสำหรับเกษตรกร
 
  1. การดูแลสุขภาพสำหรับเกษตรกร
  2. การป้องกันอันตรายจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช

          การเจ็บป่วยจากการใช้สารเคมีเพื่อกำจัดศัตรูพืชไม่เพียงส่งผลกระทบทางสุขภาพของเกษตรกรเฉพาะเพียงกลุ่มเดียว แต่ยังส่งผลกระทบต่อกลุ่มผู้บริโภคอีกด้วย รวมถึงสารเคมีทางการเกษตรนอกจากจะปนเปื้อนในพืช ผัก ผลไม้ แล้วยังเกิดการสะสมในสิ่งแวดล้อม เช่น น้ำ  ดิน บรรยากาศ

          การเจ็บป่วยที่เกิดจากการใช้สารเคมีในการกำจัดศัตรูพืชจึงจำเป็นจะต้องได้รับการดำเนินการควบคุม แก้ไข เพื่อที่ลดจำนวนผู้ป่วยทั้งเกษตรกรและผู้บริโภค  ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะเกษตรกรเองต้อง ซึ่งต้อง ลด ละ เลิกการใช้สารเคมี หากหลีกเลี่ยงได้ให้ใช้วิธีเกษตรแผนใหม่หรือเกษตรอินทรีย์ เน้นการใช้สารชีวภาพ ลดปริมาณการใช้สารเคมี หากมีความจำเป็นที่ต้องใช้สารเคมีอยู่ ควรมีพฤติกรรมที่ปลอดภัย ด้วยการ “อ่าน ใส่ ถอด ทิ้ง”

          ขอให้เกษตรกรพึงตระหนักว่า การใช้สารเคมีทำให้เสียสองต่อ กล่าวคือนอกจากจะเสียเงินในการซื้อสารเคมีเพื่อเพิ่มผลผลิต เพิ่มรายได้ ในอนาคตต้องนำเงินที่ได้นั้นมารักษาสุขภาพที่เสียไปจากสารเคมี เสียทั้งสุขภาพ เสียเงิน เสียเวลา ได้ไม่คุ้มเสีย ดังนั้นขอเชิญชวนให้เกษตรกรทุกท่าน ลด ละ เลิก การใช้สารเคมี เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของตัวท่านเองและคนรอบข้าง

 

  1. การป้องกันอันตรายจากอันตรายในการทำงานด้านอื่นๆ

          1) การบาดเจ็บกล้ามเนื้อและข้อ

การบาดเจ็บกล้ามเนื้อเกิดจากการใช้งานกล้ามเนื้อมากเกินไป เช่น ออกแรงยกลาก เข็น ของที่มีน้ำหนักมากๆ หรือทำงานอยู่ในท่าซ้ำ ตลอด ทั้งวัน ทำให้กล้ามเนื้อเกิดการอักเสบ ปวด บวม การเคลื่อนไหวผิดปกติ

วิธีการป้องกัน

  1. ไม่ควรออกแรงยกพลัก เข็น ลาก ทูน เกินกำลัง ถ้าเป็นสิ่งของที่มีน้ำหนักมากต้องใช้เครื่องมือหรือคนอื่นๆช่วย
  2. ยกของด้วยท่าทางที่ถูกต้อง ย่อตัวลง ให้ สิ่งของนั้นแนบชิดลำตัวใช้กำลังของขาดันตัวขึ้น ไม่ก้มงอหลังขณะยกของ
  3. ทำกายบริหารในท่าต่างๆ เพื่อให้ร่างกายเกิดความยืดหยุ่น ลด ความเมื่อยล้าได้
  4. ควรเปลี่ยนอิริยาบถเมื่อต้องทำงานท่าหนึ่งท่าใดนานๆ เช่น ยืนนานๆ ก็นั่งพัก นั่งยองๆ นานๆ ก็ลุกยืนเดินไปมาบ้าง เป็นต้น

3) โรคติดเชื้อ สัตว์/แมลงมีพิษ

การทำการเพาะปลูกนอกจากท่านจะเสี่ยงต่อสัตว์มีพิษ เช่น งู ตะขาบ แมงป่อง ต่อ แตน แล้วบางครั้งหากท่านต้องทำงานในที่ที่มีน้ำขัง ท่านอาจต้องเสี่ยงต่อโรคฉี่หนู ซึ่งทำให้เกิดอาการไข้ หนาวสั่นปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะบริเวณน่อง ตาเหลือง ตัวเหลือง หากมีอาการดัง กล่าวต้องรีบพบแพทย์เพื่อรับการรักษาทันที

นอกจากนี้การเกิดบาดแผลขณะทำงาน เช่น ถูกตะปูตำ กิ่งไม้ แหลมคม ทิ่มตำ ฯลฯ ทำให้ เกิดบาดแผลสกปรกก็เป็นสาเหตุทำให้ เกิดโรคบาดทะยักได้ โดยจะมี อาการเสียวที่บาดแผล ปวดศีรษะ กล้ามเนื้อกระตุก อ้าปากไม่ ได้ อาการกระตุกจะมากขึ้นถ้ามี เสียงดังหรือแสงสว่างมากระตุ้นและอาจเสียชีวิตได้

วิธีการป้องกัน

  1. สวมรองเท้ายางหุ้มส้นเพื่อป้องกันของแหลมคม เช่น เศษแก้ว กิ่งไม้แข็งๆ ทิ่มตำจนเกิดบาดแผลและป้องกันสัตว์ เช่น งู หรือสัตว์มีพิษอื่นๆ กัด
  2. เมื่อเกิดบาดแผล ต้องล้างแผลทำความสะอาด โดยเฉพาะแผลจากของแหลมทิ่มตำและควรได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคบาดทะยักทันที
  3. หากที่บาดแผลที่เท้าไม่ควรเดินหรือย่ำน้ำเท้าเปล่า หากจำเป็น ควรสวมรองเท้าให้มิดชิด

3) ความร้อน

อันตรายจากความร้อนอาจทำให้ เกิดอาการหน้ามืดคลื่นไส้ เวียนศีรษะ ปวดศีรษะ เป็นตะคริว เป็นลม หรืออาจเกิดอาการผิดปกติที่ผิวหนัง เช่น ผื่น ตุ่มแดงๆ เกิ ดอาการเหนื่อยล้าและแสงแดดอาจเป็นสาเหตุของต้อกระจก มะเร็งที่ผิวหนังได้ หากทำงานกลางแดดเป็นเวลานานๆ

วิธีการป้องกัน

  1. การสวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว เพื่อป้องกันอันตรายจากรังสีอัลตร้าไวโอเลท ซึ่งเป็นสาเหตุของมะเร็งผิวหนัง
  2. การสวมหมวกปีกกว้างป้องกันแสงจะส่องเข้าดวงตาโดยตรง ซึ่งเป็น สาเหตุของโรคต้อกระจก เพื่อป้องกันสาเหตุของต้อกระจก
  3. ดื่มน้ำให้เพียงพอ และจัดเตรียมน้ำดื่มให้ เพียงพอตลอดระยะเวลาทำงาน
  4. เมื่อเกิดอาการผิดปกติ เช่น หน้ามืดเวียนศีรษะ ฯลฯ ควรพักในที่ร่มทันที

4) เสียงดังและความสั่นสะเทือน

การทำงานกับเครื่องมือเครื่องจักรกลที่มี เสียงดังนานๆ อาจทำให้เกิดอันตรายต่อระบบการได้ ยินทำให้ เกิดอาการสูญเสียการได้ ยินแบบชั่วคราว ซึ่งอาการจะกลับเป็นปกติได้แต่หากทำงานในที่ที่มี เสียงดังเป็นเวลานาน โดยไม่ใช้อุปกรณ์ป้องกันจะทำให้เกิดการสูญเสียการได้ยินแบบถาวรซึ่งไม่สามารถรักษาได้

การทำงานกับเครื่องจักรที่มี ความสั่นสะเทือนนานๆ เช่ นขับรถยนต์ รถแทรกเตอร์ จะทำให้ ร่างกายเกิดอาการเมื่อยล้า เช่นแขน ขา หรือเกิดอาการปวดเหมือนมี เข็มแทงในกล้ามเนื้อ เกิดการอักเสบของกระดูกเส้นเอ็นและข้อต่อต่างๆ

วิธีการป้องกัน

  1. หลีกเลี่ยงการทำงานกับเครื่องจักรกล อุปกรณ์เครื่องมือที่มีเสียงดังหรือมีความสั่นสะเทือนเป็นเวลานานๆ
  2. หากจำเป็นต้องสวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน เช่น ที่อุดหู
  3. ลดระยะเวลาการทำงานกับเครื่องจักรกล อุปกรณ์เครื่องมือที่มีเสียงดังหรือมีความสั่นสะเทือน

5) อุบัติเหตุ

เนื่องจากการทำงานเพาะปลูกต้องใช้ เครื่องยนต์ เครื่องจักร ของมีคมต่างๆ ในการทำงาน เช่น การดายหญ้าเพื่อกำจัดวัชพืช การเก็บเกี่ยวผลผลิต การตัด การสับ เป็นต้น นอกจากของมีคมแล้วเกษตรกรที่ต้องทำงานในที่สูง เพื่อเก็บเกี่ยว ผลผลิตต่างๆ จากปัจจัยเหล่านี้เกษตรกรจึงมีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุจากการทำงานได้

วิธีการป้องกัน

  1. ใช้เครื่องมือให้เหมาะสมกับชนิดของงาน
  2. หมั่นศึกษาวิธีการใช้เครื่องมือที่ถูกต้อง
  3. ตรวจสอบเครื่องมืออุปกรณ์ เครื่องจักรชำรุด และซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้
  4. จัดวางสิ่งของต่างๆให้ เป็นระเบียบไม่ เกะกะกีดขวางจนเกิดอันตราย
  5. สวมอุปกรณ์ป้องกันอันตรายที่เหมาะสม เช่น ถุงมือ
  6. เพิ่มความระมัดระวังเมื่อต้องทำงานในที่สูง