โครงการพัฒนาความร่วมมือเครือข่ายในการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคและภัยสุขภาพจากการคัดแยกและรีไซเคิลขยะในพื้นที่เสี่ยง 8 จังหวัด เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสุขภาพของประชาชน
 

โครงการพัฒนาความร่วมมือเครือข่ายในการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคและภัยสุขภาพจากการคัดแยกและรีไซเคิลขยะ
ในพื้นที่เสี่ยง 8 จังหวัด เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสุขภาพของประชาชน

_______________________________

 

หลักการและเหตุผล

       ประเทศไทยมีจำนวนประชาชนที่เกี่ยวข้องกับการคัดแยกและรีไซเคิลขยะ โดยเฉพาะใน 8 จังหวัดเป้าหมายที่มีความเสี่ยงสูง(Hot Zone) ได้แก่ จังหวัดสมุทรปราการ นครศรีธรรมราช กาญจนบุรี     พระนครศรีอยุธยา ขอนแก่น บุรีรัมย์ กาฬสินธุ์ และอุบลราชธานี โดยมีกลุ่มเสี่ยงโดยประมาณ 20,000 คน (500-3,000 คนต่อจังหวัด) ซึ่งประชาชนกลุ่มนี้ อาจมีความเสี่ยงต่อผลกระทบทางสุขภาพจากโลหะหนักและสารเคมีตกค้างในร่างกายได้ส่งผลให้เกิดการเจ็บป่วยตามมาได้ ข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษ พบว่าปีงบประมาณ 2556 ประเทศไทยมีปริมาณขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้นทั่วประเทศมีจำนวน 26.77 ล้านตันเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาถึง 2 ล้านตัน โดยขยะมูลฝอยดังกล่าวได้รับการให้บริการเก็บขนและนำไปกำจัดจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยทั่วประเทศมีสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยอยู่ทั้งหมด 2,490 แห่ง เป็นสถานที่ที่มีการกำจัดขยะแบบถูกต้องเพียง 466 แห่ง (ร้อยละ 19) และยังคงมีการกำจัดขยะแบบไม่ถูกต้อง เช่น เทกองกลางแจ้ง การเผาในที่โล่งฯลฯ จำนวน 6.9 ล้านตัน (ร้อยละ 26) เนื่องจากหลายพื้นที่ได้ประสบปัญหาในการจัดการ เช่น การขาดแคลนงบประมาณ บุคลากร เครื่องมือ ฯลฯ (กรมควบคุมมลพิษ, 2557)

       จากข้อมูลที่ผ่านมาพบว่า หลายพื้นที่ได้เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้บ่อขยะ เช่น บ่อขยะคลองสาม จ.ปทุมธานี,บ่อขยะเทศบาลนครหาดใหญ่,บ่อขยะจ.บึงกาฬฯลฯ(ไทยรัฐ, 2557)  โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีเหตุการณ์ไฟไหม้บ่อขยะแพรกษาที่มีขนาดพื้นที่ 150 ไร่ จ.สมุทรปราการ ที่ทำให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ใกล้เคียงได้รับผลกระทบทางสุขภาพจำนวน 1,200 คน โดยส่วนใหญ่มีอาการแสบคอ แสบจมูก ระคายเคืองตา ตาแดงฯลฯ (กระทรวงสาธารณสุข, 2557) และพบว่าประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่อาจได้รับผลกระทบต่อสุขภาพจากปัญหาไฟไหม้บ่อขยะ คือ ผู้สูงอายุ เด็ก สตรีมีครรภ์ และผู้ป่วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยทางด้านระบบทางเดินหายใจ(จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2557) นอกจากนี้จากบทความเรื่อง govt and this should pay attention to garbage collector (2003) กล่าวว่าคนเก็บขยะมีคุณภาพชีวิตต่ำ การดำรงชีวิตขาดการป้องกันด้านสุขภาพ อย่างเพียงพอ มีปัจจัยเสี่ยงอันเนื่องมาจากการทำงานที่เกิดโรคจากการประกอบอาชีพ (occupational diseases) อยู่ในสภาพที่มีกลิ่นที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ซึ่งโดยสรุป พนักงานเก็บขยะ หรือผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับขยะ จะได้รับผลกระทบต่อสุขภาพในทุกๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม อันเป็นผลมาจาก ขยะมูลฝอยเป็นที่สะสมของสารเคมีอันตราย เชื้อโรคต่างๆหรือแม้แต่ของมีคมต่างๆและจากรูปแบบการจัดการขยะพบว่า ในปัจจุบันลักษณะการเก็บขนรวบรวมขยะไม่มีการแยกประเภท สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่มีความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาความเลื่อมล้ำในทุกๆด้านของประเทศไทย  ซึ่งปัญหาด้านสาธารณสุขก็เป็นหนึ่งในนั้น

       อาชีพของคนคุ้ยขยะถือว่าเป็นอาชีพที่คนส่วนใหญ่มักมองไม่เห็นความสำคัญและดูแคลนจากคน     ในสังคมส่วนใหญ่ หลายคนมองไม่เห็นว่าอาชีพคุ้ยขยะเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้กับคนกลุ่มหนึ่งที่ทำมาหากินอย่างสุจริต  มีส่วนในการช่วยลดปัญหาขยะล้นเมืองและผลกระทบจากสิ่งแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมอื่นๆ ตามมา แต่ในขณะเดียวกันในแง่ของสุขภาพและความปลอดภัยจากการประกอบอาชีพแล้วกลุ่มอาชีพนี้ ถือว่ามีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคและความปลอดภัยในการทำงาน

          ทั้งนี้ จากข้อมูลพบว่า ประเทศไทยมีจำนวนประชาชนที่เกี่ยวข้องกับการคัดแยกและรีไซเคิลขยะ ซึ่งอยู่ในจังหวัดที่เป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดผลกระทบต่อสุขภาพจากมลพิษสิ่งแวดล้อม (Hot Zone) 8 จังหวัด เป้าหมายที่มีความเสี่ยงสูงจำนวนประมาณ 20,000 คน (500 - 3,000 คนต่อจังหวัด) ซึ่งแบ่งได้ 2 กลุ่ม คือ
1. ขยะทั่วไป ได้แก่ พื้นที่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, สมุทรปราการ, กาญจนบุรี, ขอนแก่นและ นครศรีธรรมราช
2. ขยะอิเลคทรอนิกส์ ได้แก่ พื้นที่ในจังหวัดบุรีรัมย์, กาฬสินธุ์ และอุบลราชธานี

       ประชาชนและชุมชนเหล่านี้ มักมีปัญหาสุขภาพที่สำคัญจากขยะติดเชื้อ และสารเคมีตกค้าง
ในร่างกาย เช่น สารตะกั่ว สารหนู ปรอท และสารโลหะหนักอื่นๆ และเมื่อเกิดการเจ็บป่วย จำเป็นต้องได้รับการรักษาพยาบาลที่เหมาะสม แต่พบว่าเกิดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสุขภาพ เนื่องจากเป็นกลุ่มแรงงาน  นอกระบบประกันสังคม ไม่มีนายจ้าง ขาดโอกาสในการเข้าถึงบริการสาธารณสุข ไม่ได้รับการเฝ้าระวังความเสี่ยงทางสุขภาพ เพราะไม่มีกฎหมายรองรับ และยังไม่มีหน่วยงานใดดูแลอย่างเป็นระบบหรือระบบปกติยังไม่
สามารถดูแลได้

       ดังนั้น สำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรค ได้เห็นความสำคัญ จึงได้จัดกิจกรรมรณรงค์ป้องกันโรคและภัยสุขภาพจากการคัดแยกและรีไซเคิลขยะในพื้นที่เสี่ยงสูง เพื่อให้ประชาชน และชุมชนที่อาศัยในพื้นที่มีความเสี่ยงสูงต่อผลกระทบต่อสุขภาพจากการคัดแยกและรีไซเคิลขยะมีความรู้ และการป้องกันอันตรายที่เกิดจากการทำงานคุ้ยเขี่ยขยะ โดยกำหนดให้พื้นที่ 8 จังหวัดเป้าหมายที่มีความเสี่ยงสูงในการเข้าร่วมโครงการ ได้มีส่วนร่วมในการรณรงค์ป้องกันตนเองได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม ปลอดโรค ปลอดภัย รวมถึงเกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดูแลสุขภาพได้ด้วยตนเองอย่างเหมาะสม อันจะส่งผล ต่อการลดอัตราการเจ็บป่วยของประชาชนกลุ่มเป้าหมาย และลดค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาล

       ดังนั้น ในปีงบประมาณ 2558 สำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรค จึงได้จัดทำโครงการประชุมเครือข่ายความร่วมมือระดับประเทศในการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคและภัยสุขภาพจากการคัดแยกขยะและรีไซเคิลขยะในพื้นที่เสี่ยง ภายใต้ยุทธศาสตร์ลดความเลื่อมล้ำ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสุขภาพของประชาชนที่เกี่ยวข้องกับการคัดแยกและรีไซเคิลขยะให้ได้รับบริการดูแลสุขภาพอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ตลอดจนเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคและภัยสุขภาพอย่างเป็นระบบ และท้ายที่สุด เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานเฝ้าระวังป้องกัน ควบคุมโรคและภัยสุขภาพของประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบจากการสัมผัสขยะ

 

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อให้ประชาชน/ชุมชนที่อาศัย ในพื้นที่มีความเสี่ยงสูงต่อผลกระทบต่อสุขภาพจากการคัดแยกและรีไซเคิลขยะมีความรู้เรื่องอันตรายที่เกิดจากการทำงานคุ้ยขยะและปฏิบัติตนที่ถูกต้องในการป้องกันอันตรายจากการคุ้ยเขี่ยขยะ
  2. เพื่อพัฒนาและสร้างความร่วมมือหน่วยงานเครือข่ายในการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคและภัยสุขภาพจากการคัดแยกขยะและรีไซเคิลขยะในพื้นที่เสี่ยง
  3. เพื่อให้หน่วยงานเครือข่ายมีการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการประชาสัมพันธ์

 

ผลผลิตและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ

ผลผลิตภาพรวม

  1. ประชาชน/ชุมชนที่อาศัยในพื้นที่มีความเสี่ยงสูงต่อผลกระทบต่อสุขภาพจากการคัดแยกและ รีไซเคิลขยะมีความรู้จากการทำงานคุ้ยขยะและปฏิบัติตนที่ถูกต้องในการป้องกันอันตรายจากการคุ้ยเขี่ยขยะ
  2. เครือข่ายมีการพัฒนาและเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคและภัยสุขภาพจากการคัดแยกขยะและ รีไซเคิลขยะในพื้นที่เสี่ยง
  3. ข้อมูล/สถานการณ์ปัญหาผลกระทบต่อสุขภาพจากการคัดแยกขยะและรีไซเคิลขยะในพื้นที่เสี่ยง
  4. สื่อและช่องทางการสื่อสารโรคและภัยสุขภาพจากการประกอบอาชีพคัดแยกและรีไซเคิลขยะ

 

ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ

  1. จำนวนประชาชน/ชุมชนที่อาศัยในพื้นที่มีความเสี่ยงสูงต่อผลกระทบต่อสุขภาพจากการคัดแยกและรีไซเคิลขยะมีความรู้จากการทำงานคุ้ยขยะและปฏิบัติตนที่ถูกต้องในการป้องกันอันตรายจากการคุ้ยเขี่ยขยะ
  2. มีเครือข่ายในการพัฒนาและเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคและภัยสุขภาพจากการคัดแยกขยะและ รีไซเคิลขยะในพื้นที่เสี่ยง
  3. ร้อยละ 70 ของกลุ่มเป้าหมายได้รับการถ่ายทอดความรู้การปฏิบัติตนเพื่อป้องกันโรคและ ภัยสุขภาพจากการคัดแยกและรีไซเคิลขยะในพื้นที่เสี่ยงสูง
  4. จำนวนหน่วยงานระดับพื้นที่ที่มีส่วนร่วมเผยแพร่ประชาสัมพันธ์โรคและภัยสุขภาพจากการประกอบอาชีพคัดแยกและรีไซเคิลขยะ 8 จังหวัด

 

วิธีดำเนินการ

          ส่วนกลาง

  1. สำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม เสนอกรมควบคุมโรค เพื่อขออนุมัติโครงการและงบประมาณ
    • สำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม ประสานกองแผนงานและกองคลัง เพื่อโอนงบประมาณให้สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 (พระนครศรีอยุธยา),                   3 (สมุทรปราการ), 4 (กาญจนบุรี), 5 (บุรีรัมย์), 6 (ขอนแก่น/กาฬสินธุ์), 7 (อุบลราชธานี) และ 11 (นครศรีธรรมราช)
    • ทบทวน สำรวจและวิเคราะห์ การรับรู้ และการเข้าถึงสื่อของกลุ่มเป้าหมาย และกำหนด แนวคิดหลัก (Theme) พร้อมเสนอแนวทางการสื่อสารสาธารณะเกี่ยวกับการป้องกันโรค   และภัยสุขภาพจากการคัดแยกและรีไซเคิลขยะในพื้นที่เสี่ยงสูง
    • จัดทำโครงร่างการศึกษาและวางแผนดำเนินงาน
    • จัดประชุมเพื่อพัฒนาเครือข่ายในการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคและภัยสุขภาพจากการคัดแยกขยะและรีไซเคิลขยะ โดยการบรรยาย อภิปราย และประชุมกลุ่มย่อย
    • ประชุมคณะกรรมการสื่อสารสาธารณะฯ เพื่อกำหนดกรอบแนวทางการดำเนินงาน แนวทางการผลิตสื่อและจัดกิจกรรมสื่อสารประชาสัมพันธ์การป้องกันโรคและภัยสุขภาพ

จากการคัดแยกและรีไซเคิลขยะในพื้นที่เสี่ยงสูง

ส่วนภูมิภาค

1. ส่งหนังสือแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งประเด็นแนวทางการจัดกิจกรรมรณรงค์เพื่อขอความร่วมมือในการร่วมกันทำกิจกรรม

2. ประสานงานและติดตามหน่วยงานกลุ่มเป้าหมายที่ร่วมดำเนินงาน

3. ถ่ายทอดแผนรณรงค์และแนวทางรณรงค์ไปยังพื้นที่ระดับอำเภอ ตำบล หมู่บ้าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

4. จัดรณรงค์เพื่อประชาสัมพันธ์ในจังหวัดเป้าหมายและถ่ายภาพกิจกรรมการดำเนินงาน

5. รวบรวมแบบรายงานผลประเมินผลโครงการส่งให้สำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม

 

ระยะเวลาดำเนินการ : เดือนมิถุนายน 2558

หน่วยงานดำเนินการ :

11.1 สำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม

11.2 สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่  1 (พระนครศรีอยุธยา)

11.3 สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่  3 (สมุทรปราการ)

11.4 สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่  4 (กาญจนบุรี)

11.5 สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่  5 (บุรีรัมย์)

11.6 สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่  6 (ขอนแก่น/กาฬสินธุ์)

11.7 สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่  7 (อุบลราชธานี)

11.8 สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 11 (นครศรีธรรมราช)

 

พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ

  1. จัดรณรงค์เปิดตัวโครงการ (Kick off) ณ เทศบาลนครขอนแก่น จำนวน 1 ครั้ง
  2. จัดกิจกรรมรณรงค์ผ่าน สคร. ที่รับผิดชอบ

12.2.1 สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 (พระนครศรีอยุธยา)

12.2.2 สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่  3 (สมุทรปราการ)

12.2.3 สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่  4 (กาญจนบุรี)

12.2.4 สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่  5 (บุรีรัมย์)

12.2.5 สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่  6 (ขอนแก่น/กาฬสินธุ์),

12.2.6 สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่  7 (อุบลราชธานี)

12.2.7 สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 11 (นครศรีธรรมราช)

  1. กลุ่มเป้าหมาย
  2. กลุ่มเป้าหมายผู้ร่วมดำเนินการ

13.1.1 สำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม

13.1.2 สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 (พระนครศรีอยุธยา)

13.1.3 สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่  3 (สมุทรปราการ)

13.1.4 สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่  4 (กาญจนบุรี)

13.1.5 สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่  5 (บุรีรัมย์)

13.1.6 สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่  6 (ขอนแก่น/กาฬสินธุ์),

13.1.7 สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่  7 (อุบลราชธานี)

13.1.8 สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 11 (นครศรีธรรมราช)

 

กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์

       ผู้ประกอบอาชีพการคัดแยกและรีไซเคิลขยะในพื้นที่เสี่ยงสูง 8 จังหวัด  500 - 3,000  คนต่อจังหวัด รวมทั้งสิ้นจำนวนประมาณ 20,000 คน

  

กลุ่มเป้าหมายหลัก  :  ผู้ประกอบอาชีพคัดแยกและรีไซเคิลขยะ (จำนวนขึ้นอยู่กับแต่ละพื้นที่)โดยมาจาก

                             - ผู้คัดแยกขยะอิสระ/พนักงานเก็บขยะ สังกัดหน่วยงานเทศบาล/พนักงานคัดแยะขยะจากบริษัทเอกชน

                             - ประชาชนที่อาศัยบริเวณรอบกอง

กลุ่มเป้าหมายรอง  :  เครือข่ายการจัดการปัญหาสุขภาพโดยทีมหมอครอบครัว (Family Care Team)

                           สถานประกอบการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่/

พื้นที่เป้าหมาย : ตามความเหมาะสมของพื้นที่  สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ ๑-๑๒

 

รูปแบบการจัดกิจกรรมรณรงค์ : ลดขยะ  เรียบง่าย ประหยัด รักษาสิ่งแวดล้อม 

1. จัดกิจกรรมรณรงค์ประชาสัมพันธ์ รณรงค์เพื่อการคัดแยกและรีไซเคิลขยะในพื้นที่เสี่ยง เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสุขภาพของประชาชน

2. โซนกิจกรรมให้บริการตรวจสุขภาพเบื้องต้นแก่ ผู้ประกอบอาชีพการคัดแยกและรีไซเคิลขยะ

-  ตรวจสุขภาพทั่วไป/ตรวจสุขภาพตามความเสี่ยง

- บริการฉีดวัคซีน (เน้นโรคบาดทะยัก) เนื่องจากเป็นความเสี่ยงสูงที่เกิดจากการบาดเจ็บจากการทำงาน

3. โซนกิจกรรม 

-นิทรรศการให้ความรู้เรื่องโรคและภัยจากการทำงานการคัดแยกและรีไซเคิลขยะ

-เวทีเสวนา ให้ความรู้การป้องกันและจัดการความเสี่ยงในการประกอบอาชีพการคัดแยกและรีไซเคิลขยะ 

-สำหรับการแสดงเสนอ หมอแป้น หรือ น.พ.สุชาติ ทองแป้น ซึ่ง หมอแป้น เป็นทั้งหมอรักษาคนไข้ และเป็นทั้งหมอลำแห่ง บ้านร่มเย็น ในการให้ความรู้สอดแทรกความบันเทิง

สโลแกนการรณรงค์

“เก็บขยะ  เก็บชีวิต  อย่าคิดเสี่ยง”  โรคจากการทำงานป้องกันได้

 

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

       ประชาชนที่ประกอบอาชีพคุ้ยเขี่ยขยะได้รับความรู้ที่ถูกต้องในการปฏิบัติตนเพื่อป้องกันภัยสุขภาพที่มาจากการคัดแยกและรีไซเคิลขยะ

ผู้รับผิดชอบ

       สำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรค

 

ผู้ประสานงานหลัก

          - นางคนึงนิจ นิชานนท์  หัวหน้ากลุ่มสื่อสารสาธารณะและพัฒนาศักยภาพเครือข่าย

สำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม โทร ๐  ๒๕๙๐ ๔๕๑๔ โทรสาร ๐ ๒๕๙๐ ๔๓๘๘

E-mail : knichanond@gmail.com

          - นางสาวชวณ ลิ้มสุคนธ์

สำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม โทร ๐  2591 8172 โทรสาร ๐ ๒๕๙๐ ๔๓๘๘

E-mail : media.envocc@gmail.com

 

กำหนดการ

      กําหนดการเปิดตัวโครงการในวันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2558 ณ ศาลาประชาคม องค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น